nuffnang Ads

วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2555

หลักและขั้นตอนในการออกกำลังกาย

ขั้นตอนปฏิบัติของการออกกำลังกายในแต่ละครั้ง  ประกอบด้วย
  การออกกำลังกายประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอน คือช่วงอบอุ่นร่างกายโดยการยืดเส้น แล้วจึงเริ่มออกกำลังกายกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ตามด้วยช่วงฝึกจริงและช่วงผ่อนคลาย
                  1. การอบอุ่นร่างกาย  (warm – up)  มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับร่างกายให้พร้อมก่อนที่จะออกกำลังจริงๆ  โดยจะมีผลทำให้มีการเพิ่มอุณหภูมิของกล้ามเนื้อ ทำให้มีการเพิ่มความเร็วของการชักนำกระแสประสาท  ลดการยึดตึงของกล้ามเนื้อเป็นผลให้การหดตัวของกล้ามเนื้อมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น  เพิ่มออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อโดยมีการขยายตัวของเส้นเลือดฝอยและเพิ่มความสามารถการจับออกซิเจนได้มากขึ้น  ช่วยปรับความไวของศูนย์การหายใจต่อการกระตุ้นและช่วยเพิ่มจำนวนเลือดที่ไหลกลับหัวใจ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดการบาดเจ็บขณะออกกำลังกาย ลดและป้องกันการเต้นผิดปกติของหัวใจ  และ ลดการขาดเลือดของหัวใจ
               การอบอุ่นร่างกายควรจะทำแบบค่อยเป็นค่อยไปให้เกิดการเพิ่มอุณหภูมิร่างกายและกล้ามเนื้อโดยไม่มีการอ่อนล้าหรือเสียพลังงานมากเกินไป  มักจะใช้เวลาประมาณ  5 -10 นาที โดยมีการเคลื่อนไหวของร่างกายทุกส่วน เช่น การทำท่ากายบริหาร หรือ การเดิน  การวิ่งแบบช้าๆ
               2. การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ  (stretching) เป็นการเตรียมสภาพการทำงานของกระดูก ข้อต่อ  เอ็น พังพืด  และกล้ามเนื้อ  ด้วยการเพิ่มมุมการเคลื่อนไหวของบริเวณข้อต่อ  เป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางด้านความเร็วและความคล่องแคล่วว่องไว  รวมทั้งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่จำเป็นสำหรับการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายทุกประเภท  ยิ่งกว่านั้นการฝึกการยืดเหยียดกล้ามเนื้อยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บ  หลักการฝึกยืดเหยียดกล้ามเนื้อควรทำหลังจากที่ได้มีการอบอุ่นร่างกายพร้อมแล้วหรือเมื่ออุณหภูมิกล้ามเนื้อได้รับการปรับให้สูงขึ้น  ทั้งนี้เนื่องจากเอ็นและกล้ามเนื้อที่ได้รับการอบอุ่นพร้อมแล้ว  จะมีความยืดหยุ่นตัวดีกว่าเมื่อตอนที่ยังไม่ได้รับการอบอุ่น  นอกจากนี้การฝึกการยืดเหยียดกล้ามเนื้อควรกระทำซ้ำอีกครั้งในขั้นตอนหลังจากเสร็จสิ้นการออกกำลังกาย  วิธีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อเริ่มจากทำการยืดค้างไว้ในจังหวะสุดท้ายของการเคลื่อนไหว  จากนั้นทำการยืดจนกระทั่งถึงจุดที่รู้สึกว่ามีอาการปวดตึงกล้ามเนื้อเกิดขึ้น  ณ  จุดนี้ให้ควบคุมท่าการเคลื่อนไหวหยุดนิ่งค้างไว้ประมาณ  10-30  วินาที 
3. การออกกำลังกาย  (exercise)
            - การออกกำลังกายแบบไม่ใช้ออกซิเจน  (anaerobic  exercise)  เป็นการออกกำลังกายช่วงสั้นๆ  สลับกับการพัก  ใช้ระบบพลังงานที่มีสำรองในกล้ามเนื้ออยู่แล้ว  การออกกำลังกายในช่วงนี้ใช้เวลา  0  -  30  วินาที  ตัวอย่างเช่น  ยกน้ำหนัก  กอล์ฟ  วิ่งระยะสั้น  และ  กรีฑาประเภทลาน  เป็นต้น
                          - การออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน  (aerobic  exercise) เป็นการออกกำลังกายในเวลาที่ยาวนานขึ้น  มีความต่อเนื่อง  สม่ำเสมอ  ไม่หยุดพัก  ทำให้การใช้ระบบพลังงานสำรองในกล้ามเนื้อไม่เพียงพอ  ร่างกายจึงต้องหายใจเอาออกซิเจนไปเผาผลาญในขบวนการสร้างพลังงานยกตัวอย่างเช่น  วิ่งระยะไกล  ว่ายน้ำ  ปั่นจักรยาน  เดินเร็ว  เทนนิส  แบดมินตัน  เป็นต้น
                4. ขั้นคลายอุ่นร่างกายร่วมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ  (cool  down)  คือ  การเปิดโอกาสให้ร่างกายค่อยๆปรับตัวกลับคืนสู่สภาวะปกติอย่างต่อเนื่องทีละน้อย ซึ่งเป็นการลดความหนักจากการออกกำลังกายทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากอาการเหน็ดเหนื่อยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และช่วยผ่อนคลายความเครียดพร้อมทั้งอาการปวดเมื่อยที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อ  การหยุดออกกำลังกายอย่างทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้กล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนเลือดค่อยๆปรับตัวคืนสู่สภาวะปกติทีละน้อยจะเป็นสาเหตุให้เลือดที่เคยไหลผ่านหัวใจครั้งละจำนวนมากๆขณะออกกำลังกายอย่างหนักกลับลดปริมาณลงอย่างรวดเร็วทำให้การระบายของกรดแลคติคที่เกิดขึ้นในระหว่างออกกำลังกายช้าลง  เมื่อระบบไหลเวียนเลือดและ กล้ามเนื้อลดปริมาณการทำงานลงอย่างรวดเร็วทำให้กรดแลคติคค้างอยู่ตามกล้ามเนื้อจึงเป็นสาเหตุให้เกิดอาการล้า  หรือ  ปวดเมื่อย  หรือ  ตะคริว
ประโยชน์ของการออกกำลังกายที่มีต่อสุขภาพ
            1.เพิ่มพูนสมรรถภาพของหัวใจและหลอดเลือด
                          -กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง
                          -อัตราการเต้นหัวใจช้าลง
                          -คลื่นไฟฟ้าหัวใจสม่ำเสมอและดีขึ้น
                          -ลดบทบาทการควบคุมหัวใจของประสาทซิมพาเธติก
                          -เพิ่มออกซิเจนไปยังสมอง
                          -ลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในหลอดเลือด
                          -เพิ่มไขมันชนิดดี (HDL)
                          -ป้องกันและยับยั้งการเกาะของไขมันบริเวณหลอดเลือด
                          -เพิ่มการไหลเวียนหลอดเลือดส่วนปลาย
                          -เพิ่มการไหลเวียนหลอดเลือดหัวใจ
                          -ลดความเสี่ยงต่อการมีความดันโลหิตสูง
              2. เพิ่มพูนความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อ
                          -ขนาดของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น
                          -ลดโอกาสบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ
                        -ความหนาแน่นของกระดูกสูงขึ้น
                          -ลดโอกาสการเกิดโรคกระดูกพรุน
                3.  ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
                4. ลดความตึงเครียดของจิตใจ
                          -ลดอารมณ์ซึมเศร้า  อาการเครียดทางจิตใจ
                          -นอนหลับได้ดีขึ้น   
                5. เพิ่มพูนความอ่อนตัวกล้ามเนื้อและเอ็นยึดข้อยืดหยุ่นตัวดีขึ้น
                6. ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของข้อต่อ
                7. เพิ่มพูนประสิทธิภาพในการเคลื่อนไหวร่างกาย
                8. ประโยชน์สุขภาพอื่นๆ 
                        -อายุยืนยาว
                        -ภูมิคุ้มกันร่างกายดีขึ้น และลดปัจจัยต่อการเกิดโรคภัยต่างๆ
       ข้อควรปฏิบัติสำหรับการออกกำลังกาย
               1. เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
 2. เริ่มออกกำลังกายจากน้อยไปหามาก
 3. เลือกกิจกรรมที่ง่ายประหยัดงบประมาณ
 4. ออกกำลังกายในสภาพอากาศที่เหมาะสม เช่น ตอนเช้า หรือ ตอนเย็น
 5. พักผ่อนให้เพียงพอหลังจากออกกำลัง
 6 หมั่นตรวจสมรรถภาพทางกายของตนเอง เช่น จับชีพจรหลังจากตื่นนอน
 7. เมื่อมีปัญหาในการออกกำลังกายให้ปรึกษาแพทย์
 8. การออกกำลังกายต้องทำอย่างสม่ำเสมอ
 9. ควรออกกำลังกายเป็นกลุ่มหรือหมู่คณะเพื่อความสนุกสนาน
10. ควรทำการทดสอบสมรรถภาพทุก 2 เดือน
ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย
               1. ผู้ป่วยโรคหัวใจ  ความดันโลหิตสูง  เบาหวาน  ผู้สูงอายุ  ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการออกกำลังกาย และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
 2. ควรหยุดออกกำลังกายทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้
      - รู้สึกเหนื่อยมาก  แน่นหน้าอก
      - มีอาการใจสั่น
                      - มีอาการหายใจขัดหรือหายใจไม่ทั่วท้อง
                      - มีอาการคลื่นไส้  เวียนศีรษะ  หน้ามืด
      - มีการเคลื่อนไหวร่างกายที่ควบคุมไม่ได้
         ข้อห้ามสำหรับการออกกำลังกาย
              1. มีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้  ท้องร่วง ฯลฯ
              2. หลังจากฟื้นไข้ใหม่ๆและในระหว่างพักฟื้นจากการบาดเจ็บ
              3. หลังจากรับประทานอาหารใหม่ๆ (ควรออกกำลังกายหลังรับประทานอาหารอย่างน้อย   2-3 ชั่วโมง) 
              4. ในสภาพอากาศที่ร้อนจัดและอบอ้าวมาก
              5. พักผ่อนไม่เพียงพอ
         การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ 
วัยสูงอายุเป็นวัยที่มีภาวะเสื่อมโทรมของระบบต่างๆและมีสมรรถภาพทางร่างกายทุกๆด้านอยู่ในเกณฑ์ต่ำ มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆสูง  การจัดกิจกรรมออกกำลังกายต้องมีความเหมาะสมกับสภาวะของร่างกาย ความพร้อมทางจิตใจและมีแรงกระแทกต่ำ  โดยเน้นพัฒนาสมรรถภาพทางด้านความอดทนของระบบไหลเวียนเลือด  ระบบหายใจและระบบกล้ามเนื้อ  ความแข็งแรงและความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ การทรงตัว   ควรเลือกการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับเพศ วัย และสภาพร่างกายของตนเอง ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องออกแรง เกร็ง เบ่ง กระแทก กระโดด การวิ่งด้วยความเร็วสูง การนั่งยองๆ การเดินบนทางลาด เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุมีหลายประเภท เช่นการเดิน การวิ่งช้าๆ การบริหารร่างกายท่าต่างๆ การรำมวยจีน การฝึกโยคะ การเดินเร็ว การว่ายน้ำ  และการรำไม้พลองเป็นต้น
สรุป
                การออกกำลังกายหรือการเคลื่อนไหวกายไม่ว่าจะมากน้อยเพียงใดล้วนมีผลต่อสุขภาพและสมรรถภาพของร่างกาย การออกกำลังกายหรือการเคลื่อนไหวกายทำได้ตั้งแต่กิจกรรมที่กระทำอยู่ในลักษณะของกิจวัตรประจำวันจนถึงการออกกำลังกายที่มีรูปแบบชัดเจน การออกกำลังกายหรือการเคลื่อนไหวกายสามารถทำเป็นช่วงๆสะสมให้ได้อย่างน้อย 30 นาทีในหนึ่งวันก็นับว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี นับเป็นการสร้างสุขภาพด้วยตนเองที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย  หลังจากอ่านบทความนี้แล้วผู้เขียนขอเชิญชวนให้ท่านมาเริ่มสร้างสุขภาพให้ตนเองกันเถิด โดยเริ่มจากการเดินรอบบ้านหรือทำงานบ้านโดยสะสมเวลาให้ได้วันละ 30 นาที แล้วจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยจนกระทั่งการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่จะขาดการออกกำลังกายไม่ได้ หลังจากออกกำลังไปได้สักพักหนึ่งท่านจะพบกับความแปลกใหม่ ความสดชื่น ความเปล่งปลั่งของร่างกาย และสัดส่วนที่สวยงามจนคนรอบข้างต้องสงสัยซึ่งก็จะเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะช่วยเป็นแบบอย่างให้แก่บุคคลทั่วไปในการสร้างสุขภาพที่ดี ดังคำกล่าวที่ว่า “สุขภาพหาซื้อไม่ได้  อยากได้ต้องสร้างเอง”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น