|
|
||||
| |
||||
| ||||
การออกกำลังกายและการทานอาหารในปัจจุบันเพียงพอหรือไม่กับการดูแลสุขภาพ เราจะดูแลสุขภาพให้ดีได้อย่างไร มีวิธีการดูแลสุขภาพอย่างไรบ้าง แล้วอาหารเสริมมีความสำคัญและประโยชน์อย่างไร จำเป็นหรือไม่ที่เราต้องทานอาหารเสริมนอกเหนือจากอาหารที่ทานในแต่ละมื้อ
nuffnang Ads
วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555
วิตามิน ซี กับผิวพรรณ
วิตามิน ซี กับผิวพรรณ
ป้ายกำกับ:
กับ,
การออกกำลังกาย,
ผิวพรรณ,
วิตามิน ซี,
อาหาร,
Health,
Vitamin c
วิตามิน C และ E มีผลต่อผิวพรรณหรือไม่?
วิตามิน C และ E มีผลต่อผิวพรรณหรือไม่?
"Vitamin C and E"้
Vitamin C
วิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิก เป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำ หน้าที่สำคัญคือเป็นสารจับออกซิเจนชนิดละลายน้ำ และเป็นสารเก็บกวาดอนุมูลอิสระ
นอกจากนี้ วิตามินซียังเป็นสารจำเป็นสำหรับการสังเคราะห์ไฮดรอกซีโพรลีน และไฮดรอกซีไลซีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของคอลลาเจน และยังช่วยเร่งให้ต่อมหมวกไตผลิตคอร์ทิโซนและฮอร์โมนชนิดอื่นที่ทำหน้าที่ลด ความเคลียดอีกด้วย
ช่วยเรื่องความจำ โดย วิตามินซี จะไปช่วยรักษาสภาพของเซลประสาท และจะได้ผลดียิ่งขึ้น หากรับประทานร่วมกับอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน กิงโกะไบโลบ้า และโคเอนไซม์ Q10
แหล่งวิตามิน C จากอาหาร
วิตามินซีพบมากในผลไม้ มันฝรั่ง และผักสีเขียว มีอยุ่เล็กน้อยในเนื้อสัตว์ ธัญญาหาร เมล็ดพืช แหล่งวิตามินซีที่ดีที่สุดกลับไม่ใช่ผลไม้ตระกูลส้ม แต่เป็นโรสฮิพส์ บรอกโคลี กะหลำปมและพริกหวาน ผลไม้ไทยที่มีวิตามินซีสูงสุด คือมะขามป้อมVitamin E
วิตามินอี ที่เรามักได้ยินกิตติศัพท์ร่ำลือในด้านการป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ชรา ดังนั้นนอกจากในอาหารแล้ว ยังพบว่ามีการสกัดวิตามินอีมาผสมในเครื่องสำอางหลายชนิด
วิตามินอี หรือ โทโคเฟอรอล (tocopherol) เป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับเป็นประจำทุกวัน มีลักษณะเป็นน้ำมันสีเหลือง และละลายได้ดีในไขมัน เช่นเดียวกับวิตามินเอ วิตามินดี และวิตามินเค วิตามินอี มีหลายชนิด ได้แก่ แอลฟา เบตา แกมมา และซิกมา โทโคเฟอรอล โดยชนิดที่ออกฤทธิ์ได้ดีที่สุด คือ แอลฟาโทโคเฟอรอล (alpha-tocopherol)
ประโยชน์ของวิตามิน E ต่อร่างกาย
เนื่องจากผนังของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายมีไขมันที่ไม่อิ่มตัวเป็นโครงสร้างหลัก โครงสร้างที่ว่านี้จะถูก ทำลายได้ง่ายด้วยกระบวนการออกซิเดชัน (oxidation) และส่งผลให้เกิดสารอนุมูลอิสระ (free radicals) ชนิดต่างๆ ตามมา ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างภายในเซลล์ที่สัมผัสกับ สารอนุมูลอิสระ วิตามินอี เป็นสารต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันและอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ (potent antioxidant) ซึ่งมีผลในการป้องกันการทำลายเซลล์ หรือลดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระได้ นอกจากนี้ยังมีผลช่วยปกป้องการเสื่อมสลายของเยื่อหุ้มเซลล์ (stabilize) ที่บุอยู่ตามอวัยวะต่างๆ เช่น ผิวหนัง ตา ตับ เต้านม หลอดเลือด และเม็ดเลือดแดง ทำให้อวัยวะดังกล่าวทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความคงทนมากขึ้นด้วยวิตามินอีกับผิวพรรณ
สถาบันโรคผิวหนังหลายแห่งมีการวิจัยพบว่า วิตามินอีช่วยป้องกันผิวจากการไหม้เกรียม ริ้วรอยเหี่ยวย่นและรอยแผลได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานหรือการทาที่ผิวหนังโดยตรง เนื่องจากการเกิดแผลหรือการอักเสบบนผิวหนัง หรือการถูกแสงแดดเผาไหม้จะทำให้เกิดการสะสมของอนุมูลอิสระขึ้น วิตามินอีจะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่ดูดซับสารอนุมูลอิสระก่อนที่จะทำให้ เนื้อเยื่อต่างๆ เสียหาย จึงช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของผนังเซลล์ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรงขึ้น และช่วยให้ทนต่อรังสี UV ในแสงแดดได้ดีขึ้น ดังนั้นผู้ผลิตเครื่องสำอางจึงนิยมนำวิตามินอีมาใช้เป็นส่วนผสมของ ผลิตภัณฑ์"วิตามินอี" สารอาหารที่ช่วยชะลอความแก่
สารอนุมูลอิสระจะมีผลทำให้เซลล์เกิดความเสียหายและตายได้ในที่สุด ซึ่งนอกจากจะเป็นสาเหตุทำให้ ร่างกายอ่อนแอและแก่เร็วกว่าปกติแล้ว หากเกิดที่สมองก็จะทำให้มีโอกาสเป็นโรคเรื้อรังทางสมองต่างๆ เช่น โรคสมองเสื่อม (Alzheimer’s disease) โรคพาร์คินสัน (Parkinson’s disease) เป็นต้น จากการศึกษาทางคลินิกพบว่าผู้ที่รับประทานวิตามินอี 1,300 IU ต่อวันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปีจะช่วยชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมจากการอุดตันของเส้นเลือดในสมองได้อาหารที่เป็นแหล่งของวิตามิน E
แหล่งอาหารที่มีวิตามินอีอยู่ในปริมาณสูง ได้แก่ นม ไข่ ถั่ว ปลา เนื้อสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ น้ำมันพืชต่างๆ ผักที่กินใบ เช่น ผักกาดหอม ผักโขม เป็นต้น ถึงแม้ว่าวิตามินอีจะค่อนข้างทนต่อความร้อนและไม่ละลายในน้ำก็ตาม แต่การประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนสูงๆ เช่น การทอด รวมทั้งการเหม็นหืนของน้ำมันก็อาจทำให้วิตามินอีสูญเสีย สภาพไปได้ขอบคุณเนื้อหาดีๆ และรูปภาพ จาก www.108health.com
วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2555
10 วิธีสวยเปล่งปลั่งแบบสาว "อินเลิฟ"
10 วิธีสวยเปล่งปลั่งแบบสาว "อินเลิฟ"
และความสุขนี่เองที่เปล่งประกายออกมาจากภายใน ทำให้ผู้หญิงมักดูสวยขึ้น
เวลามีความรัก แต่ถึงคุณจะโสดสนิท
คุณก็สามารถสวยเปล่งปลั่งได้แบบเดียวกับสาวที่กำลัง "อินเลิฟ"
เพียงแค่เลียนแบบคการตกหลุมรักทำให้คนเรามีความสุข
วามเจิดจรัส แบบสาวที่กำลังอินเลิฟ
ไม่ว่าจะเป็นผิวที่ดูเปล่งปลั่งแก้มแดงระเรื่อ และดวงตาเปล่งประกาย
Tips
เบกกิ้งโซดาสครับ ผสมเบกกิ้งโซดา 2-3 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเล็กน้อย จนเป็นส่วนผสมข้น ๆ ทาลงบนใบหน้า จากนั้น ขัดผิวเป็นวงกลมเล็ก ๆ ให้ทั่วแล้วล้างออก
สครับแป้งข้าวโพดบดหยาบ (Commeal) ผสมแป้งข้าวโพด 2-3 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเล็กน้อย แล้วทำแบบเดียวกับเบกกิ้งโซดา
สครับอัลมอนด์ ผสมอัลมอนด์บดละเอียด ? ช้อนโต๊ะ กับน้ำกุหลาบ 1 ช้อนชา
สครับข้าวโอ๊ต ผสมข้าวโอ๊ต 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และโยเกิร์ต 2 ช้อนชา ทาลงบนใบหน้า โดยทาทิ้งไว้สองสามนาทีก่อนขัดผิว แล้วล้างออก
สครับน้ำตาลทราย ใช้น้ำตาลทรายแดง ? ช้อนชา ผสมกับน้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ ทาทั่วใบหน้าแล้วขัดเบา ๆ เป็นวงกลม
สครับน้ำผึ้ง ใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำตาลทรายแดง ? ช้อนชา และน้ำแร่ 2 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกัน ทาทั่วใบหน้าแล้วนวดเบา ๆ
สครับไข่แดง ใช้ไข่แดง 1 ฟอง ผสมกับน้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ นวดเบา ๆ ทั่วใบหน้า
Tip การทำความสะอาดผิวในช่วงกลางคืน คือช่วงเวลาเหมาะในการนวดหน้า โดยใช้คลีนเซอร์ชนิดน้ำมันหรือครีมชโลมลงบนใบหน้าเยอะ ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการเหนี่ยวรั้งผิวขณะนวด ใช้มือลูบไล้เบา ๆ จากด้านหน้าคอขึ้นไปจนถึงหน้าผาก แล้วเลื่อนลงมาทางด้านข้างใบหน้า ทำแบบนี้หลาย ๆ ครั้ง จากนั้นวางนิ้วให้ขัดกันแล้วกดนวดเบา ๆ เป็นแนววงกลมตั้งแต่คางไปจนถึงใบหู จากกึ่งกลางริมฝีปากไปจนถึงใบหู จากจมูกผ่านแก้มขึ้นไปถึงขมับ และจากหน้าผากไปถึงขมับจบด้วยการลูบไล้จากหน้าอกขึ้นไปถึงขมับ
Tip บริหารใบหน้า
นอกจากการฝึกโยคะแล้ว ลองใช้ท่าบริหารใบหน้าต่อไปนี้ เพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อที่จะช่วยยกโครงหน้าขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ ซึ่งควรทำอย่างต่อเนื่อง
เติมพลังให้กล้ามเนื้อทั้งใบหน้า อ้าปากให้กว้างยืดกรามแต่ละข้างและกล้ามเนื้อทั้งหมดบนใบหน้าเป็นเวลา 10-30 วินาที
กระชับกล้ามเนื้อคอ กราม ริมฝีปาก และแก้ม วางมือทั้งสองข้างลงบนกระดูกไหปลาร้า แล้วเชิดคางขึ้น จากนั้น ขยับริมฝีปากบนให้กระทบกับริมฝีปากล่างแรง ๆ 12 ครั้ง หยุดพักแป๊บนึง แล้วทำซ้ำอีก
เพิ่มความตึงกระชับบริเวณเปลือกตา วางนิ้วชี้ไว้ตรงบริเวณใต้คิ้ว จากนั้น กดขึ้นไปด้านบนเบา ๆ ขยับตาแล้วคลายออกอย่างรวดเร็ว 12 ครั้ง หยุดพักแป๊บนึ่ง แล้วทำแบบนั้นซ้ำอีก
Tip น้อยดีกว่ามาก
ชิมเมอร์ควรใช้เพื่อเน้นจุดเด่นอย่างใดอย่างหนึ่งก็พอ เช่น ใช้อายแชโดว์แบบแวววาวกับลิปสติกแบบเนื้อแมตต์ หรือกลับกันก็ได้ หรืออาจแค่เติมความผุดผ่องให้ผิวด้วยการทาไฮไลต์ตามแนวโหนกแก้มและส้นจมูก ถ้ารู้สึกว่าทามากเกินไปก็ใช้แป้งแบบทรานสลูเซ่นต์ทากับเพื่อทำให้มันดูเบา ลง
Tip อย่าสนใจเพียงแค่เรียวปาก
แต่ให้สนใจในสิ่งที่ผ่านเข้าไปในปากด้วย จากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ แคลอรีและน้ำตาลขัดขาวขัดขวางหนทางสู่ความเปล่งปลั่ง เพราะถ้าคุณกินน้ำตาลมากเกินไป คุณจะสร้างอินซูลินที่ทำให้ร่างกายขาดความชุ่มชื้น และสามารถสร้างผลลบต่อการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติได้
Tip มัดผมเวลานอน
ถ้าคุณผมยาว เพื่อไม่ให้เส้นผมมาโดนผิวหน้า เพราะน้ำมันจากเส้นผมอาจเกาะผิวและทำให้ผิวอุดตันซึ่งนำไปสู่การเกิดสิวได้
ที่มา ... Lisa
ป้ายกำกับ:
การออกกำลังกาย,
แบบ,
ประโยชน์,
เปล่งปลั่ง,
วิธี,
สวย,
สาว,
สุขภาพ,
อินเลิฟ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)